สะพายกล้องเที่ยวโซล #3.1: พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ War Memorial of Korea

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ วันที่ 3 ของทริปตามติ่งเกาหลีนี้จะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ War Memorial of Korea (전쟁기념관) กัน วิธีการไปก็ง่ายๆ ครับ นั่ง subway ไป สถานี Samgakji ออกทางออก 12 เดินไปหน่อยก็ถึง


ตรงทางเข้าจะมีกระเบื้องที่พื้นที่บอกว่ามีประเทศไหนเข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยเกาหลีใต้บ้าง หนึ่งในนั้นก็มีไทยด้วยครับ

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์สงครามที่แสดงประวัติศาสตร์สงครามของเกาหลีตั้งแต่ยุคโบราณจนมาถึงสงครามเกาหลี เมื่อปี ค.ศ. 1950-1953 โดยจะเน้นในส่วนสงครามเกาหลีมากที่สุดครับ สิ่งที่ดีงามที่สุดของที่นี่คือเข้าฟรี แถมยังถ่ายรูปได้เต็มที่อีกด้วย ป้ายบรรยายภาษาอังกฤษก็มีครบถ้วน ^^


เหนือ-ใต้


เปิดมาก็สดุดีประเทศที่เข้าช่วยเกาหลีใต้กันก่อน


ตามด้วยดราม่าแยกประเทศกันก่อนเลย

สงครามเกาหลีคือสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ระหว่างปี ค.ศ. 1950-1953 ครับ สรุปคร่าวๆ ก็คือเกาหลีเหนือบุกสายฟ้าแล่บข้ามเส้นขนานที่ 38 มายึดพื้นที่เกาหลีใต้ได้จนฝั่งเกาหลีใต้เหลือแค่ปูซาน หลังจากนั้นอเมริกาและรัฐสมาชิกสหประชาชาติอื่นอีก 20 ประเทศ (รวมไทย) ก็ช่วยเกาหลีใต้บุกยึดพื้นที่คืนจนได้พื้นที่เกาหลีเหนือไปเกือบหมดเช่นกัน ต่อมาจีนเข้ามาช่วยเกาหลีเหนือทำให้ฝั่งเกาหลีใต้+สหประชาชาติถอยร่นกลับมาที่เส้นขนานที่ 38 อีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็จบด้วยการเจรจาสงบศึกในวันที่ 27 มิถุนายน 1953 ครับ ซึ่งการสงบศึกนี้เป็นแค่การหยุดยิงเท่านั้น ไม่ได้เป็นการเจรจายุติสงคราม ดังนั้นในทางปฏิบัติทั้งสองประเทศนี้ยังอยู่ในภาวะสงครามครับ

มีจัดแสดงพวกยุทโธปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ในยุคสงครามด้วย

มีจัดแสดงเรื่องราวของประเทศต่างๆ ที่มาช่วยเหลือเกาหลีใต้ในช่วงสงครามด้วยครับ (ทั้งส่งทหาร, ส่งสเบียง, ความช่วยเหลือทางการแพทย์และเงินมาช่วยเหลือ)


เครื่องแบบของทหารไทยที่ช่วยครับ


อันนี้เป็นโซนให้เราทำความสงบเพื่อแสดงความเคารพแด่ผู้เสียชีวิตจากสงคราม

เนื้อหาด้านในก็ต้องเอียงไปฝั่งสหประชาชาติและอเมริกาแน่นอนครับ เนื้อหาหลายๆ ห้องนี่โทษจีนกับรัสเซียเต็มๆ เลยเรื่องแยกประเทศและสงครามครั้งนั้น


ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนช่วงสงคราม


สงครามสองฝั่งแม่น้ำ


คุณครูพาเด็กๆ มาทัศนศึกษา


การเซ็นสัญญาหยุดยิงครั้งประวัติศาสตร์

ด้าน Hall ทางเข้ายังมีมุม propaganda เรื่องเกาะที่ดราม่ากับญี่ปุ่นด้วยว่าเป็นเรานะ มาถ่ายรูปเร๊ววววว

ที่เสาด้านนอกของพิพิธภัณฑ์มีจารึกรายชื่อทหารที่ประเทศต่างๆ ส่งมาช่วยเหลือด้วยครับ


เจอทหารพาครอบครัวมาเดินอยู่เยอะนะ

ก็ขอจบการพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ War Memorial of Korea ไว้เท่านี้ก่อนครับ สำหรับผมแล้วนี่ถือเป็นที่ควรมาเลยเพราะจัดแสดงดีมาก+ฟรีและยังได้ความรู้เกี่ยวกับประเทศมหามิตรเราอีกด้วยครับ ^^

Link:
สรุปทริปเกาหลี

Categories: Photography, Travel | Tags: , , , , , , , , | 2 Comments

Post navigation

2 thoughts on “สะพายกล้องเที่ยวโซล #3.1: พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ War Memorial of Korea

  1. Pingback: สรุปทริปเกาหลี – Phantasia – in SEOUL | Blog It Together

  2. Pingback: สะพายกล้องเที่ยวโซล #3.2: พาเที่ยววังที่เกาหลี | Blog It Together

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

Bomreview

โบ้มรีวิว โตแล้วจะรีวิวอะไรก็ได้

rerng.rak

Just another WordPress.com weblog

neizod

Smile! You’re at the best WordPress.com site ever

Admod's blog

just logs

freeclub

พยายามเขียนให้ยาวกว่าเฮดเดอร์ข้างบนจะได้ดูสวยๆ

Anontawong's Musings

a daily dose of a new perspective

TravelKanuman

Travel around the world

kemisara

Belle Kemisara Paladesh's Fan Site - เว็บไซต์แฟนคลับเบลล์ เขมิศรา พลเดช

eatandysummers

eat. travel. live.

Jonathan Fleming's Blog

A Photography Blog

Viewfinder - Street Photography Blog

Jimmy Yang Street Photography Blog

PinkiiGirl

Be one of those who change things and push the human race forward

บล็อกอะไรไม่รู้ของแบม

Ordinary guy blogging about comic books, video games, movies and stuffs.

Pawoot Personal Blog & Think Tank

E-Business Man Daily Life and What I'm Thinking

Mahalarp

journeys & musics never ended ...

Tyson Robichaud Photo-blography

Tips, tricks, reviews and general rambling.

%d bloggers like this: